ไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต 16 ข้อ

ไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต 16 ข้อ

ไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต 16 ข้อ (16 Reguloj de Esperanto) เป็นกฎไวยากรณ์พื้นฐานที่โด่งดังมากและเป็นถือเป็นหัวใจของภาษาเอสเปรันโตก็ว่าได้  ซึ่งทำให้คนอื่น ๆ คิดว่าภาษาเอสเปรันโตมีกฎอยู่แค่ 16 ข้อเท่านั้น (ซึ่งจริง ๆ แล้วมีมากกว่า 16 ข้อ) แต่เพียงแค่กฎ 16 ข้อนี้ก็สามารถทำให้เราเข้าไวยากรณ์ของภาษาเอสเปรันโตได้มากทีเดียว  
ประวัติไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต 16 ข้อ ปรากฏครั้งแรกในหนังสือ Unua Libro (1887) ในฉบับภาษารัสเซียและต่อมาในฉบับภาษาอื่น ๆ สำหรับการปรากฏอย่างเป็นทางการนั้นอย่ในหนังสือ Fundamento de Esperanto (หลักพื้นฐานแห่งภาษาเอสเปรันโต) (1905) ใน 5 ภาษา (ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน, ภาษารัสเซีย และ ภาษาโปแลนด์) สำหรับในภาษาเอสเปรันโตปรากฏใน Fundamenta Krestomatio ใน PLENA GRAMATIKO DE ESPERANTO (1903)

สำหรับในภาษาไทยผมได้แปลและเรียบเรียงจากภาษาเอสเปรันโตไว้ และได้เพิ่มเติมคำอธิบายจะใช้ตัวหนังสือสีแดง

กฎ 16 ข้อ ของภาษาเอสเปรันโต
1. มีคำนำหน้านามชี้เฉพาะ (la) เพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ และสามารถใช้ได้กับทุกลิงค์ ทุกการก และทุกพจน์ 
    ตัวอย่างเช่น hundo สุนัข (บ่งชี้ถึงสุนัขทั่ว ๆ ไป) -- La hundo สุนัข[ตัวนั้น] (กล่าวชี้เฉพาะเจาะจง)
2.คำนามลงท้ายด้วย -o  คำนามที่แสดงรูปพหูพจน์ จะลงท้ายด้วย -j 
การกมีแค่ 2 การกคือ กรรตุการกและกรรมการก (ส่วนที่เป็นประธานและกรรมในประโยค)
สำหรับกรรมการกสร้างโดยการเติมตัว  -n  ต่อจาก  -o  
ส่วนการกอื่น ๆ จะแสดงได้โดยการใช้คำบุพบทต่าง ๆ 
     hundo สุนัข (ตัวเดียว, เอกพจน์) -- hundoj สุนัขหลายตัว (พหูพจน์) 
     hundo ประธาน เอกพจน์  -- hundoj ประธาน พหูพจน์ -- hundon กรรม เอกพจน์  --            hundojn กรรม พหูพจน์
3. คำคุณศัพท์จะลงท้ายด้วยตัว  -a  ทุกการกและทุกพจน์เหมือนกับคำนาม 
สำหรับ การเปรียบเทียบใน ขั้นกว่า ใช้ “pli” ขั้นสุด ใช้ “plej” 
ส่วนคำสันธานในการการเปรียบเทียบจะใช้ “ol” (กว่า) 
    bono สิ่งที่ดี, ความดี  -- bona ดี
    pli bona ดีกว่า -- la plej bona ดีที่สุด (มักจะต้องใช้ la นำหน้า plej)
 Via kato estas pli bela ol mia kato. แมวของคุณสวยกว่าแมวของฉัน (เมื่อจะต้องการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งสองสิ่งจะต้องใช้ ol เป็นคำสันธาน)
4. ตัวเลขพื้นฐาน คือ 
1 unu
2 du
3 tri
4 kvar
5 kvin
6 ses
7 sep
8 ok
9 naŭ 
10 dek
100 cent
1000 mil 
(ซึ่งการสร้างคำจำนวนนับจะเป็นเช่นเดียวกับในภาษาไทย และด้วยคำทั้งหมด 12 คำนี้สามารถสร้างคำแสดงจำนวนไปถึง 999,999)
สำหรับ dekoj (เป็นสิบ ๆ) และ centoj (เป็นร้อย ๆ) เป็นรูปแบบของการแสดงจำนวนรวมของตัวเลขคร่าวๆ, สำหรับการจำนวลำดับที่ ใช้ตัวเติมท้ายของคำคุณศัพท์ -a  la unua ที่หนึ่ง -- la dua ที่สอง ... (โดยปกติการแสดงลำดับที่มักจะต้องใช้ la นำหน้าคำเสมอ)
สำหรับการทวีคูณ เติม -oble duoble สองเท่า, trioble สามเท่า
สำหรับการหารเติม -on duono หนึ่งส่วนสอง, ครึ่ง, kvarono หนึ่งส่วนสี่
สำหรับการจับกลุ่ม เติม -op duope อย่างกลุ่มที่มีสอง kvarope อย่างกลุ่มที่มีสี่
บุพบทสำหรับการแบ่งกระจายใช้คำ po (แต่ละ, คนละ, อย่างละ ฯลฯ)  
 Por miaj kvar infanoj mi aĉetis dek du pomojn, kaj al ĉiu el la infanoj mi donis po tri pomoj.
สำหรับเด็ก ๆ สี่คนของฉัน  ฉันซื้อแอปเปิลมา 12 ลูก, และฉันให้แอปเปิลคนละ 3 ลูก
นอกจากนี้ตัวเลขยังสามารถทำให้เป็นคำนามและกริยาวิเศษณ์ได้อีกด้วย  
คำนาม -- deko จำนวนที่เป็นสิบ dekoj จำนวนเป็นสิบ ๆ 
Mi aĉetis dekon da ovoj ฉันซื้อไข่มาสิบฟอง 
กริยาวิเศษณ์ -- unue อย่างแรก, due อย่างที่สอง
5. บุรุษสรรพนาม
เอกพจน์
พหูพจน์
บุรุษที่ 1
mi – ฉันผม
ni – พวกเรา
บุรุษที่ 2
vi – คุณ
vi – พวกคุณ
บุรุษที่ 3
li – เขาผู้ชาย
ŝi – เขาผู้หญิงเธอ, หล่อน
ĝi – มัน
ili – พวกเขาพวกมัน

สะท้อนบุรุษที่ 3
si – เขาเอง, เธอเอง, หล่อนเอง, มันเอง
si – พวกเขาเอง, พวกเธอเอง, พวกหล่อนเอง, พวกมันเอง
ไม่ชี้เฉพาะ
oni – ใคร , คนเรา

สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของจะเติมตัวลงท้ายของคุณศัพท์ 
mia  ของฉัน, via  ของคุณ, lia ของเขา, ŝia ของหล่อน, ĝia ของมัน, ilia ของพวกมัน, sia ของเขาเอง..., onia ของใคร ๆ ... 
และรูปแบบการผันแบบต่าง ๆ เหมือนกันกับการผันของคำนาม 
   mi mia miaj / min mian miajn ... 
6. คำกริยาจะไม่เปลี่ยนตามชนิดของบุรุษสรรพนามหรือตามพจน์ 
โดยรูปแบบของกริยา มีดังนี้
กริยาปัจจุบันกาล ลงท้ายด้วย -as  Mi amas vin. ผมรักคุณ (ปัจจุบันกาล)
กริยาอดีตกาล ลงท้ายด้วย -is  Mi amis vin. ผมรักคุณ (อดีตกาล)
กริยาอนาคตกาล ลงท้ายด้วย -os  Mi amos vin. ผมจะรักคุณ (อนาคตกาล)
กริยาแสดงแสดงการสมมติลงท้ายด้วย -us  Se mi estus sana, mi estus feliĉa. ถ้าฉันร่างกายแข็งแรง  ฉันก็จะมีความสุข
กริยาแสดงการขอร้องหรือคำสั่งลงท้ายด้วย -u  Petu ŝin, ke ŝi sendu al mi kandelon ขอร้องเธอ  ให้เธอส่งเทียนมาให้ฉัน
กริยาไม่แสดงกาล ลงท้ายด้วย -i 
ใช้ต่อจากกริยาที่ผันแล้ว Mi ŝatas legi librojn. หรือใช้เป็นประธานของประโยคในกรณีของอาการนาม resti kun leono estas danĝere
Participo (สถานะลักษณะของกริยาที่การกระทำหรือการถูกกระทำ)  โดยสามารถผันเป็นคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์
กำลังกระทำอยู่ ลงท้ายด้วย -ant-
กระทำไปแล้ว ลงท้ายด้วย -int-
กำลังจะกระทำ ลงท้ายด้วย -ont-
กำลังถูกกระทำอยู่ ลงท้ายด้วย -nt-
ถูกกระทำไปแล้ว ลงท้ายด้วย -it-
กำลังจะถูกกระทำ ลงท้ายด้วย -ot-
การเติมตัวลงท้าย Participo มักใช้เพื่อการทำให้คำกริยากลายเป็นคำคุณศัพท์เพื่อเอาไปขยายคำนาม 
kuri วิ่ง  
kuranta hundo สุนัขที่กำลังวิ่ง 
kurinta hundo สุขนัขที่วิ่งไปแล้ว  
kuronta hundo สุนัขที่กำลังจะวิ่ง 
sendi ส่ง
sendata letero จดหมายที่กำลัง(ถูก)ส่งไป 
sendita letero จดหมายที่(ถูก)ส่งไปแล้ว 
sendota letero จดหมายที่กำลังจะ(ถูก)ส่งไป 
หรือทำให้กลายเป็นกริยาวิเศษณ์เพื่อขยายประโยค
kurante mi vidas hundon ในขณะที่กำลังวิ่ง  ฉันเห็นสุนัข
หรือทำให้กลายเป็นคำนามซึ่งจะหมายถึงคน
kuranto ผู้ที่กำลังวิ่ง
รูปแบบของกรรมวาจกมักจะใช้กริยา esti ร่วมกับรูปแบบกรรมวาจก ถูกกระทำอยู่ หรือ ถูกกระทำไปแล้ว ที่ต้องการ บุพบทสำหรับกรรมวาจกคือ de 
ในการสร้างประโยคที่ใช้ Participo จะต้องใช้กริยา esti เป็นกริยาช่วยเพื่อแสดงกาล (ซึ่ง Participo จะไม่ได้แสดงกาลใด ๆ ทั้งสิ้น) สามารถใช้รูปที่เป็นผู้กระทำ (-ant, -int, -ont) และรูปผู้ถูกกระทำ (-at, -it, -ot) แต่ส่วนมากมักใช้ในรูปของผู้ถูกกระทำ เช่น
La letero estas sendita.  จดหมายนั้นได้(ถูก)ส่งไปแล้ว  
หากเป็นรูปพหูพจน์ก็จะเป็น  La leteroj estas senditaj.   
และบุพบทที่ยกมาคือ de (จาก, โดย)  ŝi estas amata de ĉiuj. เธอถูกรักจากทุก ๆ คน,  เธอเป็นที่รักของคนทุกคน
7. กริยาวิเศษณ์ลงท้ายด้วย e สำหรับวิธีการเปรียบเทียบในขั้นต่าง ๆ ใช้เหมือนกับคำคุณศัพท์ 
pli bone ดีกว่า -- la plej bone ดีที่สุด (มักจะต้องใช้ la นำหน้า plej) 
mia frato pli bone kantas ol mi. พี่ชายของฉันร้องเพลงดีกว่าฉัน
8. บุพบททุกตัวมักจะต้องอยู่หน้าคำนามที่เป็นกรรตุการก (คำนามที่ลงท้ายด้วย -o) 
9. คำทุกคำจะอ่านออกเสียงเหมือนกับที่เขียน 
10. หลักการการเน้นเสียง จะเน้นพยางค์ตัวก่อนสุดท้ายเสมอ  
Hundo, Kato, Manĝaĵo, Esperanto
11.  วิธีการสร้างคำผสม สร้างโดยวิธีการนำคำมาผสมกันโดยที่เป็นคำหลักจะอยู่ข้างหลัง และใช้ตัวลงท้ายใช้เหมือนกับคำทั่วไป  
lernolibro หนังสือเรียน, dorm(o)sako ถุงนอน, skrib(o)tablo โต๊ะเขียนหนังสือ
12. ในประโยคที่ใช้คำที่มีความหมายเชิงปฏิเสธในตัวอยู่แล้ว (กลุ่มคำ nen- ใน Korelativo)  ควรละการใช้คำ “ne” ซ้ำอีกในประโยค 
     Mi scias nenion ฉันไม่รู้อะไรเลย 
     Mi ne scias nenion ฉันไม่รู้ไม่มีอะไรสักอย่างเลย คือ รู้
13. สำหรับการแสดงทิศทางการเคลื่อนที่  ทำได้โดยการใช้ตัวลงท้ายของกรรมการก (-n)  
โดยจะสอดรับกับคำถามที่ว่า kien (เข้าไปที่ไหน, โดยเป็นคำถามที่มีการแสดงการเคลื่อนที่) kien vi iras? คุณกำลังจะไปไหน, tien (ฉันกำลังไปที่นั้น) mi iras Parizon. ฉันไปปารีส mi iras Londonon. ฉันไปลอนดอน mi iras domon. ฉันไปบ้าน
หรือแสดงการเคลื่อนร่วมกับบุพทบ เช่น en (ใน)
Mi kuras en la domo. ฉันวิ่งอยู่ในบ้าน
Mi kuras en la domon ฉันวิ่งเข้าไปในบ้าน

14. คำบุพบทุกคำจะมีความหมายเฉพาะและแน่นอน แต่เมื่อจะต้องใช้คำบุพบทที่ไม่มีคำบุพบทใดเหมาะสม  ให้ใช้คำบุพบท je ซึ่งไม่มีความหมายในตัวเอง และนอกจากนั้นยังสามารถใช้ตัวลงท้ายของกรรมการก -n แทนบุพบท je ได้ 
Mi kredas je Dio หรือ Mi kredas Dion. ฉันเชื่อ(ใน)พระเจ้า
15.  คำที่เรียกว่า คำต่างประเทศ  ซึ่งเป็นคำที่มีใช้ใช้ร่วมกันในหลายภาษาสามารถนำมาสร้างคำในภาษาเอสเปรันโตได้ โดยใช้เพียงการสะกดและเพิ่มตัวลงท้ายของภาษาเอสเปรันโต  สำหรับคำต่างประเทศบางคำที่มีความหมายซ้ำกัน  ไม่จำเป็นต้องสร้างคำศัพท์ใหม่ ที่มีความหมายซ้ำกันอีก 
เช่น tragedi/o, tragedia (ละครโศกนาฏกรรม) จาก
อังกฤษ  tragedy
ฝรั่งเศส  tragédie
เยอรมัน  Tragödie
ฮังการี  tragédia
ดัตช์  tragedie
รัสเซีย  трагедия
16. สามารถละสระตัวท้ายของคำนาม ( o ) และคำนำหน้านามชี้เฉพาะ (a ของ la) ออกได้โดยแทนด้วยเครื่องหมายอะพอสทรอฟี ( ’ )
การละตัวลงท้าย o จากคำนามนั้น คำนามจะต้องไม่เป็นพหูจน์หรือกรรม
เมื่อจะละ a ใน la คำที่ติดกับ la มักเป็นคำที่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยสระ 
kun l' amikoj de l' lingvo internacia >> kun la amikoj de la lingvo internacia
l' espero >> la espero, l' sentoj >> la sentoj
ปัจจุบันจะใช้สำหรับบทกวีเท่านั้น

Post longa migrado sur dorna la voj’
Minacis nin ondoj de l’ maro;
Sed venkis ni ilin kaj velas kun ĝoj’
Al verda haven’ de l’ homaro.
Post longa batalo, maldolĉa turment’
La stela standardo jam flirtas en vent’.

จาก La Tagiĝo de Antoni Grabowski

ไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต 16 ข้อในภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน, ภาษารัสเซีย และ ภาษาโปแลนด์ (จาก Fundamento de Esperanto) : http://www.akademio-de-esperanto.org/fundamento/gramatiko.html

แก้ไขล่าสุด 13/08/60

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Esperantistoj en Wat Arun

La unua Siama Esperantisto

Esperanto-vortaroj en la universitato